Thursday, 7 April 2016

ความจริงที่ต้องเปิดเผย!!!

ความจริงที่ต้องเปิดเผย !!!
ขบวนการล้มล้างพระพุทธศาสนา

เผื่อพวกที่ #เสพสื่อ หลงผิด จะได้ตาสว่าง

สรุป memory ความจริงไว้บ้างยัง???

เงินจำนวนทั้งหมดกว่าหมื่นล้านที่เป็นคดีความอยู่ คุณศุภชัยไม่ได้นำมาถวายวัดพระธรรมกาย และพระเทพญาณมหามุนีเพียงที่เดียว
ชัดมั๊ย!!!

คงเหลือเงินจำนวนกว่า 12,000 ล้านบาท DSI ควรรีบตามสืบว่าคุณ ศุภชัยเอาไปทำอะไร และนำไปบริจาคที่ไหนบ้างเพื่อจะได้นำมาเยียวยาผู้ที่เดือดร้อน 
ชัดมั๊ย!!!

ในส่วนของวัดพระธรรมกาย และพระเทพญาณมหามุนี ทางสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ขอยุติคดีแล้ว และขอบคุณที่ลูกศิษย์วัดตั้งกองทุนเยียวยาผู้เดือดร้อนกว่า 600 ล้านบาท
ชัดมั๊ย!!!

วัดไม่ได้คืนเงิน "ไม่สามารถเอาเงินบริจาคจากสาธุชนมาคืนให้ #สหกรณ์ " เงินที่ได้จากลูกศิษย์วัดตั้งกองทุนเยียวยากว่า 600 ล้านบาทให้ผู้ที่เดือดร้อน
ชัดมั๊ย!!!

**สรุปอย่าพูดอีกนะว่า วัดคืนเงิน แล้วผิด

===========

หลวงพ่อท่าน ไม่เคยทำสิ่งที่ไม่ดีเลย มีแต่ทำความดีและประโยชน์เพื่อพระพุทธศาสนา 

ประเด็นนี้ไม่สงสัยก็แปลกแล้ว

1. ตอนนั้นคดีจบ เพราะบอกว่าเงินสหกรณ์บริจาคให้วัด 684 ล้าน และคนวัดเห็นใจสหกรณ์จึงรวบรวมกันคืนให้ทั้งหมด

2. ตอนนี้มาบอกว่าเงินสหกรณ์ที่หายเป็นหมื่นล้าน ย้ำหมื่นล้าน โยนความผิดมาให้วัด ทั้งๆที่ข้อมูลหลักฐานตอนนั้นชัดเจนมาก 684 ล้าน 

3. ผลประโยชน์ของเรื่องนี้คืออะไร ใครกันที่ปลุกกระแสสร้างภาพลบๆให้พระพุทธศาสนา แล้วสุดท้ายใครที่ได้ผลประโยชน์ 

เงินหายแต่ไม่ไปหาที่ที่มันหาย 
เหมือนทำเข็มหายในบ้านแล้วมาขอเอากับคนที่เดินผ่านไปมาหน้าบ้าน มันใช่เหรอ?DSI


=======

ทำไมถึงมาเร่งทำคดีของวัดพระธรรมกาย

1. #เงินสหกรณ์ หลายพันล้าน
ถูกบริจาคไปตั้งหลายองค์กร เช่น สภากาชาด เป็นต้น
แต่ DSI มาตามเงินคืนที่วัดพระธรรมกายที่เดียว
แถมยังยัดข้อหายักยอกทรัพย์ ฟอกเงิน รับของโจรอีกด้วย
ทำไมไม่ตั้งข้อหารับของโจรกับองค์กรอื่นบ้าง
ทำไมเจาะจงแต่วัดพระธรรมกาย

2. เงินที่บริจาคให้วัดนั้น 
วัดไม่สามารถคืนให้ได้ เพราะผิดกฎหมาย
แต่ลูกศิษย์วัดก็แสดงความมีน้ำใจต่อสหกรณ์
ด้วยการตั้งกองทุนเยียวยา 600 ล้าน 
เพื่อช่วยให้สหกรณ์ไม่ล้มละลาย 
สมาชิกอีก 5 หมื่นคนจะได้ไม่เดือดร้อน
ทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นต้องช่วยเหลือก็ได้
ในเมื่อเจ้าทุกข์คือสหกรณ์แจ้งไปทาง DSI 
และอัยการ ให้ถอนฟ้องส่วนของวัดพระธรรมกายแล้ว
ทำไมถึงยังดึงดันจะดำเนินคดีให้ได้
ทั้งที่คู่กรณีตกลงไกล่เกลี่ยกันเองได้แล้ว

3. เงินสหกรณ์ที่ DSI สันนิษฐานว่า
เสียหายไป 12,000 ล้าน
วัดพระธรรมกายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินดังกล่าว 
อย่าใช้วิธีตามหาเงินคืนไม่ได้
ก็มายัดข้อหาฟอกเงินให้วัดพระธรรมกาย

4. คดีเงินสหกรณ์ที่หายไปเป็นพันล้านนั้น 
ถูกแบ่งย่อยเป็นหลายร้อยคดี ต่างกรรมต่างวาระกัน 
วัดพระธรรมกายเป็นเพียง 1 ใน หลายร้อยคดีเท่านั้น
และจัดเป็นคดีที่อยู่เกือบลำดับสุดท้าย 
ทำไมถึงมาเร่งทำคดีของวัดพระธรรมกายก่อน

5. ตามหลักการแล้ว การจะตั้งข้อหาใคร
ว่ารับของโจรกับฟอกเงิน จะต้องมีหลักฐานและพยานก่อน
แต่ทำไม DSI กลับออกหมายเรียก โดยไม่มีการตั้งข้อหา
โดยไม่มีหลักฐาน โดยไม่มีพยาน ทำแบบนี้ผิดขั้นตอนกฎหมายหรือไม่

6. การตั้งข้อหา #ฟอกเงิน กับ #รับของโจร 
มีโทษร้ายแรงถึงขั้นยึดทรัพย์ทั้งหมดของวัดพระธรรมกาย
ขณะที่ศาสนสมบัติทั้งหมดของวัดพระธรรมกาย
ได้มาจากการบริจาคของประชาชนตลอด 47 ปี 
การรีบร้อนตั้งข้อหาโดยขาดหลักฐาน และพยาน 
รีบร้อนลัดขั้นตอนของลำดับคดี เพื่อจะอ้างอำนาจศาล
มาใช้อายัดศาสนสมบัติทั้งหมดของวัดพระธรรมกาย
ถามว่าเป็นธรรมกับประชาชน (ทั้งที่มีชีวิตอยู่
และที่ตายไปแล้ว) ที่ช่วยกันสร้างวัดนี้ขึ้นมาหรือไม่

ปล. ถามแค่นี้ก่อน อยากทราบหลักการและเหตุผล
ในเรื่องวิธีใช้กฎหมายกับประชาชนของ DSI




ข้อมูลความจริง กระจ่างซะทีเถอะ

No comments:

Post a Comment